วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ควายคู่เผือก-ดำได้อยู่บ้านใหม่โขงวิวแล้ว


เมื่อวันที่ 19 พ.ค.56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายล้วน จันทร์แปงเงิน ชาวบ้านทุ่ง
หมู่ 2 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประกาศขายควาย 2 ตัว อายุ 3 ปีเท่ากัน โดย
ตัวหนึ่งเป็นควายเผือก และอีกตัวเป็นควายดำ เพราะมีปัญหาการเลี้ยงดูเนื่องจากจะเข้าฤดู
การทำนาทำให้ไม่มีสถานที่เลี้ยง แต่ก็ไม่อยากขายเข้าโรงเชือดเพราะสงสารเนื่องจากผูกพัน
กันมานานตลอดเวลาที่เลี้ยงดู
เมื่อมีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไป นายวชิระ รัศมีจันทร์ ผู้บริหารโครงการโขงวิว สเตชั่น ซึ่งเปิด
ป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีฟาร์มแกะ มีรถม้าวิ่งชมเมือง มารับเป็นเจ้าภาพรวบรวมเงิน
ไปซื้อควายทั้งสองตัวมาเลี้ยงและรับดูแลตลอดไป เบื้องต้นบริจาคเงิน 10,000 บาท จนมี
ผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินได้กว่าเก้าหมื่นบาทนั้น
ล่าสุดทีมงานได้นำเงิน 65,000 บาทมามอบกับเจ้าของควายและขนย้ายมายังที่อยู่ใหม่ ซึ่ง
โขงวิว สเตชั่น ได้จัดทำคอกเลี้ยงไว้รวมกับม้าที่ทางโครงการได้เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน
เงินส่วนต่างที่เหลือก็จะเก็บไว้ใช้ซื้ออาหารสำหรับควายทั้งสองตัวต่อไป
นายวชิระ กล่าวว่า จากนี้จะนำควายทั้งคู่ไปเลี้ยงไว้ที่คอกให้อยู่คู่กันในโรงเดียวกับม้า โดยจัด
คนเลี้ยงดูอย่างดีโดยเฉพาะมีลำธารด้านหลังโครงการให้ควายทั้งคู่ได้นอนเล่นน้ำซึ่งเป็นปกติ
ของควายอยู่แล้ว รวมทั้งจะติดป้ายประกาศรายชื่อผู้ร่วมบริจาคและจำนวนเงินเอาไว้อย่างละเอียด
เอาไว้บริเวณที่เลี้ยงเพื่อให้ผู้ที่บริจาคหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจไปดูได้ต่อไป ทั้งนี้เดิมโครงการ
มีเพียงม้า แกะ จากนี้ก็จะมีควายเผือกและควายดำอันเกิดจากการร่วมทำบุญของประชาชนทั่วไป
เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ด้านนายวีรศักดิ์ ศิริสิทธิ์ นายอำเภอเชียงแสน กล่าวว่านับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทางโครงการโขงวิว
สเตชั่น ได้ริเริ่มตั้งกองทุนเพื่อรวบรวมเงินจากผู้ใจบุญทั้งหลายไปไถ่ตัวเจ้าควายทั้งคู่มาเลี้ยงดูไว้
เพราะเป็นการร่วมกันทำบุญไถ่ชีวิตเป็นการรักษาพันธุ์ควายไทยเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังหรือเด็กๆ
ที่ปัจจุบันแทบจะไม่เคยเห็นควายตัวจริง โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในเมือง เมื่อทาง
โครงการได้รับเอาควายทั้งคู่มาเลี้ยงดูก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะทุกคนที่ร่วมบริจาคก็ถือว่า
เป็นเจ้าของควายด้วยกันสามารถเดินทางมาดูหรือมาเยี่ยมเยียนเจ้าควายทั้งสองตัวได้ตลอดเวลา
เป็นการยืนยันว่าทั้งสองรอดชีวิตไม่ถูกส่งเข้าโรงเชือดอย่างแน่นอน.

ภาพและข้อมูลจาก http://www.dailynews.co.th

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เจ้าร็อคกี้'หมาวัดแสนรู้ ชอบอมฮอลล์ดับกระหายคลายร้อน


เมื่อ 18 มี.ค.56 สภาพอากาศในระยะนี้ร้อนอบอ้าว กลางวันอุณหภูมิสูงเฉลี่ย 35-36 องศาเซลเซียส ผู้สื่อข่าวได้พบกับภาพน่ารัก ๆ ของสุนัขแสนรู้ ชอบอมฮอลล์เป็นชีวิตจิตใจ ดับกระหายคลายร้อน โดยผู้สื่อข่าวได้ไปพบเห็นสุนัขของพระครูประภากรชัยกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าอาวาสวัดเขื่อนขันธ์ ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่รูปร่างอ้วนพลี สมบูรณ์มาก มีขนสีขาว ชื่อว่าเจ้าร็อคกี้ จากการสอบถามพระครูประภากรชัยกิจ ก็ทำให้ทราบว่า เจ้าร็อคกี้ตัวนี้ชื่นชอบในการกินของหวานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะลูกอมฮอลล์ ลูกอมรสน้ำผึ้ง มะขามคลุก ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง แต่บางวันก็อาจจะนึกอยากกินผักบุ้งไฟแดง แต่สุดท้ายเมื่อกินอาหารอื่นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องจบด้วยการกินลูกอมเพื่อดับกลิ่นปากทุกครั้งไป และยิ่งช่วงนี้สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ก็จะชอบกินลูกอมฮอลล์มากเป็นพิเศษ
                พระครูประภากรชัยกิจ กล่าวต่ออีกด้วยว่า อาหารที่เจ้าร็อคกี้ไม่ชอบเลยก็คือ บ๊วย หากมีลูกอมหรือสิ่งใดที่มีส่วนผสมของบ๊วยเจ้าร็อคกี้จะไม่ยอมกินเลย อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ชอบคือ คนที่ถือกล้องถ่ายรูป เพราะก่อนนี้เจ้าร็อคกี้เคยถูกคนถ่ายรูปโดยเปิดแฟลชแล้วเกิดตกใจจึงเป็นเหตุให้ไม่ชอบกล้องถ่ายรูปเรื่อยมาแต่ปัจจุบันไม่ค่อยกลัวแล้ว
                สำหรับเจ้าร็อคกี้ ได้ถูกนำมาทิ้งที่วัดตั้งแต่อายุไม่ถึงเดือนทางวัดจึงสงสารเลี้ยงมาโดยตลอด จนปัจจุบัน อายุ 9 ปี สภาพร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์และยังชอบกินลูกอมฮอลล์เป็นประจำ จนทุกวันนี้ทางวัดต้องจำกัดจำนวนการกินฮอลล์ เพราะกลัวสุขภาพของเจ้าร็อคกี้จะไม่ดี


ภาพและข้อมูลจาก http://www.komchadluek.net/

พบลูกสุนัขประหลาดมี 2 ลิ้น



พบลูกสุนัขประหลาดมี2ลิ้น อายุ 2 ปี เป็นสุนัขพันธุ์ไทย ชาวบ้านแห่ดูหวังให้โชคลาภ


            เมื่อ  26 เม.ย.2556 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่บ้านนายประเสริฐ ทนโนนแดง
อายุ 60 ปีเลขที่ 53/ 9 ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี   อยู่หลังวัดสุทธิธรรม
(วัดคลองรั้ง ) ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีสุนัขพันธุ์ไทยออกลูกแปลก
ประหลาดโดยมี 2 ลิ้น ในปากเดียวกัน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ อยู่ลึกในซอยห่างจากถนน
เข้าไปประมาณ 500 เมตร พบชาวบ้านกำลังมุงดูลูกสุนัขแรกเกิดอยู่บริเวณหน้าบ้านนายประเสริฐ
ทนโนนแดง เลขที่ 53/ 9 ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี   โดยบนโต๊ะหน้าบ้าน
พบลูกสุนัขแรกเกิด 1 ตัว  จากที่สังเกตพบว่าที่ปากของลูกสุนัขพบว่ามีลิ้นแยกออกมา 2 ลิ้น หู-ตาเหมือนคล้ายกับหนูนา  ผิดกับลูกสุนัขตัวอื่น ๆในคอกเดียวกัน
              สอบถามนายประเสริฐ เจ้าของ กล่าวว่า   ลูกสุนัขตัวดังกล่าวเป็นลูกของเจ้าบี้ อายุ
ประมาณ 2 ปี ซึ่งสุนัขพันธุ์ไทย โดยคลอดลูกสุนัขคอกนี้เป็นคอกที่ 2  โดยคอกแรกที่ออกมา 8 ตัว
อยู่ได้ไม่นานก็ตายหมด ส่วนคอกที่ 2 ออกมาทั้งหมด 8 ตัวเหมือนกัน รวมถึงเจ้า 2 ลิ้น เจ้าบี้
เริ่มออกลูกมาตั้งแต่ตอนเที่ยงวันและทยอยออมา จนเมื่อเวลา 00.00 น.วันที่ 26เม.ย. มาถึง
ตัวสุดท้ายคือเจ้า 2 ลิ้น  ออกมาที่หลังเป็นตัวสุดท้องของเพื่อน   และแปลกหลายอย่าง หู-ตา
เหมือนกับหนู ส่วนที่ลิ้นนั้นมีอยู่ 2 ลิ้น จากที่สังเกตดูเหมือนจะมีกราม 2กรามเช่นกัน
              ส่วนมีแผลบาดเจ็บที่เกิดนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการทำร้ายของนางบี้ที่ไม่ยอมให้เจ้า
 2 ลิ้นกินนม ซึ่งถ้าเจ้า 2 ลิ้นไม่รอด   ก็อยากจะเก็บสต๊าฟซากเอาไว้  ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเชื่อว่า
ให้โชคลาภ   เพราะเกิดมาจนอายุ 60ปี เลี้ยงสุนัขมาก็หลายตัวก็ไม่เคยเห็น หลังจากนั้นหน่วย
กู้ภัยกลัวว่าเจ้า 2 ลิ้นจะตายจึงได้นำไปให้สัตว์แพทย์รักษาเพื่อรักษาชีวิตไว้ ส่วนตัวเลขชาวบ้าน
คิดกันไปต่างๆนาๆ อาทิ  82 บ้างก็ตีตามเลขที่บ้าน

ภาพและข้อมูลจาก http://www.komchadluek.net/

หญิงใจบุญ'เลี้ยงสุนัขกว่า 180 ชีวิต'


หญิงใจบุญเลี้ยงสุนัขกว่า 180 ชีวิต บนเขาวัดธรรมนิมิตต์ ควักเงินส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่าย วอนผู้เลี้ยงหากไม่รักจริงไม่ควรนำมาเลี้ยง


           
เสียงสุนัขดังขรมไปหมด เมื่อนางอิษฎาภรณ์ อ่อนนุ้ย อายุ 51 ปี ข้าราชการเกษียณอายุได้ลาออกจากราชการ หันมาเลี้ยงสุนัขจรจัดบนเขาวัดธรรมนิมิตต์ เขตเทศบาลเมืองบ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ขณะกำลังเตรียมหาอาหารเพื่อเลี้ยงสุนัขกว่า 180 ตัว ที่ชาวบ้านนำมาทิ้งไว้ให้เลี้ยง ซึ่งมีทั้งสุนัขสมบูรณ์ และสุนัขพิการ พร้อมทั้งเปิดใจว่า ปกติเห็นสุนัขแล้วสงสาร ก่อนหน้านี้ได้นำอาหารมาเลี้ยง ต่อมาพบว่าหายไปหลายตัว จนกระทั่งมาพบว่าสุนัขได้หนีออกมาพร้อมทั้งมีลวดติดอยู่ที่ขา และได้รับบาดเจ็บตามลำตัว จึงได้รู้ว่าสุนัขที่หายไปเพราะแรงงานชาวกัมพูชาจับไปกินหมด
            ต่อมาเมื่อลาออกจากราชการจึงได้หันมาเลี้ยงสุนัข โดยได้ความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสวัดธรรมนิมิตต์ และได้เลี้ยงสุนัขมาตั้งแต่ปี 2543 โดยใช้เงินส่วนตัว เมื่อเกษียณได้รับเงินบำนาญเดือนละ 8,700 บาทก็นำมาซื้ออาหารให้สุนัขกิน อาหารส่วนใหญ่จะเป็นตีนขนมจีนวันละประมาณ 100 กิโลกรัมๆละ 3 บาท และอาหารสุนัขส่วนหนึ่งได้รับมาจากการบริจาคจากชาวบ้าน ด้วยความเป็นคนที่รักสุนัขถ้าวันไหนไม่ได้เลี้ยง ก็ไม่สบายใจ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องเลี้ยงไปจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง แต่สุนัขที่มีคนนำมาทิ้งหากมาอยู่ที่นี่จะทำหมันทั้งหมด เพื่อไม่ให้ขยายพันธุ์ต่อไป
            เจ้าอาวาสวัดธรรมนิมิตต์กล่าวว่า ชาวบ้านนำสุนัขมาปล่อยกันเยอะแยะไปหมด ก็หวังว่าทางอำเภอเมืองชลบุรีจะสร้างที่ใหม่ให้สุนัขได้อยู่อาศัย
            ทางด้าน นางอิษฎาภรณ์ กล่าวฝากถึงผู้เลี้ยงสุนัขว่า หากไม่รักสุนัขจริงอย่านำมาเลี้ยง เพราะสร้างภาระให้กับสังคม

ภาพและข้อมูลจาก http://www.komchadluek.net/


วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

จังโก้: สุนัขแสนรู้ คาบถังร่วมขบวนบิณฑบาตพระทุกเช้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดทองสะอาด หมู่ 2 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 
พระณรงค์ คุณวีโร อายุ 28 พรรษา เลี้ยงสุนัขแสนรู้ พันธุ์ลามาดอร์ ชื่อเจ้าจังโก้ วัย 5 ปี 
รูปร่างแข็งแรง สีขนสีดำ แต่ไม่ดุอย่างที่เห็น เช้ามืดจะตื่นมาเรียกพระและเด็กวัด ออกเดิน
บิณฑบาตรในหมู่บ้าน โดยคาบกระป๋องพลาสติก 1 ใบ เดินบิณฑบาตรพร้อมกับพระและเด็กวัด 
เนื่องจากโดยปกติสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขพันธ์ดุ แต่กลับเชื่องกับทุกคนและไม่ทำร้าย ชอบอยู่วัด
ทั้งที่เจ้าของเป็นเจ้าของโรงงานที่นอนขนาดใหญ่ มีอยู่มีกินสะดวกสบาย แต่เจ้าจังโก้กลับชอบ
อยู่กับพระที่วัด สร้างความน่ารัก น่าเอ็นดูให้แก่ผู้ที่พบเห็น ชาวบ้านที่ทำบุญใส่บาตรก็รู้สึกได้
ทำบุญกับพระและได้ทำทานให้อาหารสุนัขด้วย


พระณรงค์ คุณวีโร เปิดเผยว่า เมื่อปีก่อนเจ้าของโรงงานที่นอนซึ่งอยู่ห่างจากวัด
ประมาณ 1 กม. เข้ามาทำบุญที่วัด โดยนำเจ้าจังโก้มาด้วย แต่เมื่อได้เจอกันเจ้าจังโก้
กลับเข้ามาคลุกคลีพันแข้งพันขา และไม่ทำร้าย ตอนแรกอาตมาก็กลัวจะถูกกัดเหมือนกัน
แต่เจ้าจังโก้เข้ามาหาอาตมาเหมือนกับสนิทกัน ทั้งที่เพิ่งเคยเห็นกัน จากนั้นอาตมาจึงพูด
บอกว่า อยู่ด้วยกันที่วัดมั้ยล่ะ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าจังโก้ก็ไม่ยอมกลับบ้านที่โรงงานที่นอน เจ้าของ
และอาตมาก็แปลกใจเช่นกัน เจ้าของจึงยอมให้อยู่ และหากทางเจ้าของเจ้าจังโก้คิดถึง
อยากให้เจ้าจังโก้กลับไปนอนที่บ้านอาตมาก็ต้องเดินไปส่งให้ถึงบ้าน ไม่งั้นก็ไม่ยอมกลับ
บางครั้งกลับไปบ้านแล้ว เช้ามาก็เดินเลาะทางเดินด้านข้างวัดกลับเข้ามาวัดอีก อาตมาจึงต้อง
คอยดูแลเจ้าจังโก้มาตลอดกว่า 1 ปีแล้ว จากนั้นมาเวลาอาตมาจะทำอะไรเจ้าจังโก้ก็จะคอย
เข้ามาช่วยงานวัดตลอด รดน้ำต้นไม้,ซ่อมแซมวัด,กวาดลานวัด,ฯลฯ ทุกอย่างที่อาตมา
ทำงานวัด เจ้าจังโก้ก็จะคอยเข้ามาช่วยคาบสิ่งของหรืออุปกรณ์ช่วยทำงานตลอด อย่าง
บิณฑบาตรแต่เช้ามืด เจ้าจังโก้ก็จะมาเรียกเด็กวัดให้ตื่นออกบิณฑบาตร โดยมีกระป๋อง
พลาสติกคู่ใจ คาบหิ้วออกไปบิณฑบาตรทุกเช้า ชาวบ้านที่ใส่บาตรก็เอ็นดู นำอาหารมา
เป็นทานใส่ให้เจ้าจังโก้ด้วย ชาวบ้านบอกว่าเหมือนได้ทำบุญด้วยและทำทานด้วย
ได้บุญหลายต่อ

       พระณรงค์ฯ กล่าวต่อว่า โดยปกติสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์เป็นสุนัขพันธุ์ดุ แต่นิสัยกลับ
ตรงกันข้ามกัน และความผูกพันธ์ระหว่างอาตมากับเจ้าจังโก้ อาตมาคิดว่า เป็นสิ่งที่ดี
เป็นความผูกพันธุ์ที่ไม่ได้ทำร้ายใคร หรือทำให้ใครเดือดร้อน ที่เห็นได้ชัดเจนคือธรรมะ
กับวัด ทำให้สภาพจิตใจของสรรพสิ่งทั้งหลายสงบและเข้ากันได้ ชาวบ้านที่สร้างบุญ
สร้างกุศลเห็นความผูกพันธุ์ระหว่างอาตมากับเจ้าจังโก้แล้ว ก็สามารถนำไปคิดเป็นแนวทาง
ในการดำเนินชีวิตประจำวันในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข


ภาพและข้อมูลจาก http://www.khaosod.co.th


เจ้าดอน: หมากระโดดกำแพง



          ที่จังหวัดกำแพงเพชร มีสุนัขเพศผู้พันธุ์ทางตัวหนึ่งชื่อเจ้าดอน อายุประมาณ 5 ปี
ซึ่งมีคุณชัยรัตน์ เป็นเจ้าของ เจ้าดอนที่มีความสามารถในการกระโดดข้ามกำแพงที่สูงถึง
1.60  เมตรได้อย่างสบาย    ซึ่งบนกำแพงจะกว้างเพียง 6 นิ้ว  เจ้าดอนมีนิสัยชอบตาม
เจ้าของออกไปนอกบ้าน เมื่อเจ้าของปิดประตูเหล็กเจ้าดอนก็จะกระโดดขึ้นกำแพงออกไป
และเข้าก็กระโดดเข้าได้อย่างสบาย
เจ้าดอนกำลังปีนกำแพงออกนอก

         คุณชัยรัตน์ บอกว่า เมื่อก่อนนี้กำแพงต่ำกว่านี้ เจ้าดอนชอบกระโดดเข้า-ออกตลอด
เจ้าของจึงเสริมกำแพงให้สูงขึ้นอีกเป็น 1.60 เมตร แต่เจ้าดอนก็สามารถปีนข้ามได้อีก
เจ้าดอนกำลังยืนอยู่บนกำแพงที่มีความกว้าง 6 นิ้ว

          แต่เดิมเจ้าดอนนั้น เป็นสุนัขที่มีคนนำมาปล่อยไว้เมื่อ-3-4 ปีที่แล้ว เมื่อเห็นจึงเลี้ยงไว้
แต่เจ้าดอนมีนิสัย ซนมาก ชอบกัดข้าวของเสียหายเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจนำขึ้นรถบรรทุก
 6 ล้อของเทศบาลที่คุณชัยรตน์ทำงานอยู่ โดยนำเจ้าดอนไปปล่อยไกลจากบ้านประมาณ 10
กิโลเมตร
         และ 2 เดือนต่อมา เจ้าดอนก็มารออยู่ที่รถและวิ่งตามกลับบ้าน และขอเข้าบ้านด้วย
ตั้งแต่นั้นมา คุณชัยรัตน์ก็เลยเจ้าดอนตลอดมา และจะไม่ยอมให้ใครจับเพราะกลัวถูกนำไปปล่อย
เมื่อเจ้าดอนปีนกำแพงออกไป และถูกสุนัขตัวอื่นไล่กัดก็จะปีนกำแพงเข้ามา โดยที่สุขนัขตัวอื่นๆไม่สามารถทำอะไรเจ้าดอนได้เลย
เจ้าดอนกำลังปีนลงจากกำแพงเข้ามาข้างใน

        นับเป็นยอดสุนัขจริงๆ หรือว่าเจ้าดอนมันคิดว่ามันเป็นแมว

                                                  มาดูคลิปเจ้าดอนเต็มๆดีกว่า




ภาพและข้อมูลจาก http://www.youtube.com/


วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Janie: น้องหมาที่พร้อมจะกลับมาเชื่อใจมนุษย์อีกครั้ง


 Janie สุนัขที่น่าสงสาร มันมีอาการหลังหัก และบาดเจ็บจากการถูกรถชน มันปฏิเสธการเข้าช่วยเหลือ
จากมนุษย์ในทุกๆทาง 
มันไม่ยอมแม้แต่จะให้ใครจับตัวมัน มันทั้งขู่ คำราม และกัดสัตวแพทย์และ
เจ้าหน้าที่อย่างไม่มีท่าทีว่าจะยอม ซึ่งแน่นอนว่า
ยิ่งมันก้าวร้าวและปฏิเสธมนุษย์มากเท่าไหร่โอกาส
ในการหาบ้านของมันมีแต่จะหริบหรี่..  


 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล Janie ได้อดทน และใช้เวลาในการรอคอยให้มันเชื่อใจ และไว้ใจเค้า ด้วยความ
บริสุทธิ์ใจที่ต้องการจะช่วยเหลือมันอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ  
เราไม่อาจรับรู้ได้ว่าก่อนหน้านี้ Janie
ได้พบเจอกับเรื่องราวร้ายๆอะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าของมัน มีแต่ความรัก
ความห่วงใย และต้องการให้มัน
เป็นสุนัขที่มีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีที่พร้อมจะอยู่ต่อไป


เจ้าหน้าที่ได้แยกตัว Janie ออกไปเพียงลำพัง เค้าใช้เวลาอันยาวนาน ในการทำให้มันผ่อนคลายและ
เชื่อใจเค้าทีละนิด  
เค้าให้อาหารมัน แม้มันจะปฏิเสธในตอนแรก แต่มันก็มีท่าทีที่ดีขึ้น พื้นฐานในการ
ปลอบโยนมัน แน่นอนว่ามาจากความบริสุทธฺ์ใจที่ต้องการจะช่วยเหลือ  
ซึ่งมันคงจะสัมผัสได้ และ
ยอมรับความรักจากมนุษย์ รวมทั้งยินดีที่จะให้โอกาสกับมนุษย์อีกครั้ง


คลิปด้านล่างนี้คือคลิปหลังจากที่  Janie ได้หายจากอาการบาดเจ็บโดยสมบูรณ์แล้ว มันดูราวกับเป็น
สุนัขคนละตัวเลย และดูจะมีความสุขกับการได้มีชีวิตใหม่ 
ร่วมกับมนุษย์ที่พร้อมจะดูแลมันตลอดไป






ภาพและข้อมูลจาก http://www.dogilike.com




‘เจ้ากาแฟ‘ สุนัขใจเด็ดรุมกัดคนแทงเจ้าของดับ


เจ้ากาแฟ สุนัขใจเด็ดกัดคนร้ายแทงเจ้านายดับ แม้โดนแทงที่คอเลือดไหลแต่ยังนอน
เฝ้าศพไม่ห่าง จนท.ใช้เวลากว่า 20 นาที จึงจับตัวมาทำแผลได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2555 . สน.โชคชัยรับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านประชากรไทย แยก 9 ซอยลาดพร้าว 93 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม.ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านโต๊ะสนุ๊กเกอร์ พบศพนายเข่ง (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง)
มีบาดแผลที่กกหูข้างซ้าย เลือดไหลออกมาจำนวนมาก ใกล้กันพบนายสมภพ อับดุลอารี อายุ 45 ปี สภาพหัวเลือดไหลอาบหน้าและที่หัวเข่าด้านซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ เจ้าหน้าที่ทำแผลเบื้องต้น
ใกล้กันพบมีดแหลมยาว 5 นิ้ว ถูกทิ้งใต้ที่นั่งของนายสมภพ 
นอกจากนี้ยังพบสุนัขพันธ์บางแก้ว สีน้ำตาลลายขาวชื่อกาแฟ นั่งเฝ้าศพนายเข่ง โดยเจ้ากาแฟ
มีแผลถูกแทงที่คอมีเลือดไหลออกไม่หยุดเช่นกัน พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 20 นาที จึงจับเจ้ากาแฟมาทำแผลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลสัตว์เกษตร 
สอบถาม นายสมภพ กล่าวว่า ระหว่างที่รอเพื่อนไปเอารถมารับกลับบ้าน มีสุนัข 2-3 ตัว วิ่งมาเห่า
และรุมกัด จึงหยิบมีดที่พกติดตัวมาแทงพร้อมกับใช้เท้าแตะสุนัขไปด้วย ผู้ตาย ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของสุนัข เห็นเหตุการณ์ก็เข้ามาต่อว่า จึงเกิดการทะเลาะกัน ผู้ตายใช้ด้ามไม้ที่โกยผงตีเข้าที่ศีรษะของตน จึงใช้มีดจ้วงแทงผู้ตาย ระหว่างนั้นสุนัขที่อยู่ด้วยก็รีบกระโดดรุมกัดตนอย่างชุลมุน จึงใช้มีดแทงไปทั้งคนทั้งหมาโดยไม่รู้ว่าโดนใครบ้าง เมื่อผู้ตายล้มลงตนก็มานั่งพักและเอามีดทิ้งไว้ใต้ที่นั่งจนถูกจับกุม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวนาสมภพส่งดำเนินคดี และจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้แจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ต่อไป
กาแฟ คงจะรักและห่วงเจ้าของมากนะ ไม่ยอมห่างเจ้าของเลยนะ

ภาพและข้อมูลจาก http://news.sanook.com

หมาวัดท่ามะปรางพิษณุโลก 3 ตัว มีนิ้วเท้าไม่เท่ากันสักตัว



ปกติทั่วไปแล้วสุนัขจะมีนิ้วเท้า 18 นิ้ว เท้าหน้ามีข้างละ 5 นิ้ว เท้าหลังมีนิ้วเท้าข้างละ 4 นิ้ว 
แต่สุนัขที่วัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบลูกสุนัขคอกหนึ่งเกิดมาแล้วประมาณ 1 เดือน 
สร้างความประหลาดใจ ให้แก่ผู้คนที่พบเห็น เพราะลูกสุนัขคลอกเดียวกัน 3 ตัวมีจำนวน
นิ้วเท้า
ไม่เท่ากันสักตัว


โดยตัวแรกคือเจ้าแดง (สีน้ำตาล) เพศเมีย มีนิ้วเท้าทั้งหมด 22 นิ้ว ขาหน้ามีข้างละ 5 นิ้ว
ส่วนขาหลัง
มีนิ้วข้างละ 6 นิ้ว ถือว่าแปลกที่สุดเพราะไม่ค่อยพบเห็นสุนัขที่มี 22 นิ้ว 

ตัวที่สองเจ้าดำเพศผู้ ตัวนี้มี 20 นิ้ว ขาหน้า และขาหลังมีนิ้วเท้าเท่ากันข้างละ 5 นิ้ว

 ขณะที่เจ้าขาวเพศผู้ตัวสุดท้ายมี 18 นิ้ว ขาหน้ามีนิ้วข้างละ 5 นิ้ว ขาหลังมีนิ้วข้างละ 4 นิ้ว
 ซึ่งเจ้าขาวถือว่าเป็นสุนัขที่มีลักษณะปกติเหมือนสุนัขทั่วไปที่มีทั้งหมด 18 นิ้ว

พระธรรมธร อุดมศักดิ์ อุตฺตมสกฺโก รองเจ้าอาวาสวัดท่ามะปราง เปิดเผยว่า แม่สุนัข คือ นางดำ 
อาศัยอยู่ที่วัดท่ามะปราง 2 ปีแล้ว มีคนนำมาปล่อย อาศัยกินอาหารจากข้าวก้นบาตรที่พระบิณฑบาต
มาทุกวัน เคยออกลูกมาแล้วคอกหนึ่ง ลักษณะก็ปกติทั่วไป ซึ่งก็มีคนขอไปเลี้ยงหมด

ส่วนลูกสุนัขคอกนี้เพิ่งเกิดมา 1 เดือน มีทั้งหมด 3 ตัว ปรากฏว่าทั้ง 3 ตัวกลับมีนิ้วเท้าไม่เท่ากัน 
ต่างจากสุนัขทั่วไปที่มี 18 นิ้ว

จ.ส.อ.บุญเชิด เนียมหอม เจ้าของคอกสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วเพชรภูเขาฟาร์ม เปิดเผยว่า 
ปกติทั่วไปแล้วสุนัขจะมีนิ้วเท้า 18 นิ้ว เท้าหน้ามีข้างละ 5 นิ้ว เท้าหลังมีนิ้วเท้าข้างละ 4 นิ้ว
 ถ้าสุนัขมี 20 นิ้วถือว่าเป็นมงคลแก่เจ้าของ

ส่วนสุนัขที่มี 22 นิ้วก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ใครเป็นเจ้าของก็ถือว่าเป็นตัวนำโชค

ภาพและข้อมูลจาก http://www.rd1677.com

กาบัง: หมาฮีโร่ช่วยเด็ก แห่งฟิลิปปินส์ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว


โด่งดังไปทั่วโลก "กาบัง" หมาฮีโร่แห่งเมืองฟิลิปปินส์ กระโดดขวางรถจักรยานยนต์ช่วยชีวิตเด็กน้อย 2 คน ถูกซี่ล้อบดจมูกและกรามหายไป หลังจากองค์การสวัสดิภาพสัตว์ฯ ระดมทุนช่วยเหลือ "กาบัง" อาจจะได้จมูกใหม่



ราวต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ทั่วโลกได้รู้จัก "กาบัง สุนัขฮีโร่" ที่ถือกำเนิดขึ้นอีกตัว หลังจากที่มันสร้างวีรกรรมแบบเอาชีวิตเอาแลก เข้าขวางรถจักรยานยนต์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง และกำลังพุ่งเข้าชน
2 เด็กหญิงชาวฟิลิปปินส์ ทำให้ซี่ล้อรถบดขยี้จมูกของมันจนกรามบนแหลกละเอียดเมื่อเดือนธันวาคม
 ปี 2011 แต่มันก็ยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้(2013) แม้วันที่เกิดเหตุสัตวแพทย์ตัดสินใจจะใช้วิธีการุณยฆาต ให้มันหลุดพ้นจากความทรมาน แต่เจ้าของได้ขอชีวิตมันไว้ แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น "กาบัง" รอดตาย กลับมามีชีวิตปกติ ร่าเริง เหมือนสุนัขปกติทั่วไป แถมตอนนี้ มันยังมีลูกๆ น่ารักอีกหลายตัว




วีรกรรมของกาบังเป็นที่โจษจันไปทั่วโลก มีสื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวเกี่ยวกับมัน มีผู้คนมากมายสมทบทุนช่วยให้มันมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าบาดแผลที่บริเวณใบหน้าของมันจะหายดีแล้ว
แต่ก็ยังกังวลกันว่า มันอาจจะติดเชื้อได้ จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุด องค์กรความร่วมมือ
เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ มีการระดมทุน เพื่อจะพาเจ้ากาบังและครอบครัวไปรักษาตัวที่ประเทศอเมริกา
ที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส ซึ่งอาจมีการเตรียมทำจมูกใหม่ให้
เจ้ากาบัง สุนัขฮีโร่ตัวนี้

ส่วนในเมืองไทย เรื่องราวของเจ้ากาบังเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจาก
คุณ "OVER" จาก www.dogilike.com ได้โพสต์เรื่องวีรกรรมของเจ้ากาบังผ่านเว็บบอร์ดว่า
เจ้ากาบัง(Kabang) ได้สูญเสียใบหน้าขณะช่วยชีวิตเด็กน้อย 2 คน เหตุเกิดที่ประเทศฟิลิปปินส์ 




เรื่องมีอยู่ว่าหนูน้อย Dina Bunggal อายุ 11 ปี และ Princess Diansing วัย 3 ขวบ กำลังเดิน
ข้ามถนนพร้อมกับเจ้ากาบัง สุนัขของที่บ้าน ขณะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ได้วิ่งมาด้วยความเร็วสูง
เจ้ากาบังตัวนี้ได้กระโดดเข้าขวาง เพื่อที่ไม่ให้เด็กๆ ได้รับอันตราย ส่งผลให้จมูกของเจ้ากาบัง
ติดอยู่ในซี่ล้อรถ
     
             เจ้ากาบังได้รับการรักษาจนหายด้วยยาปฏิชีวนะ สามารถใช้อุ้งเท้าในการตักกินอาหาร
 และกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมอย่างกับตัวเองเป็นลูกสุนัขเล็กๆ ที่ชอบมากก็คือเจ้าของพูดว่า
“It does not matter if she’s ugly now. What is important to us is she saved our
children and we cannot thank her enough for that” มันไม่สำคัญว่าเธอจะน่าเกลียด
แค่ไหนในขณะนี้ สิ่งที่สำคัญคือเธอได้ช่วยชีวิตลูกหลานของเราไว้ และเราไม่สามารถ
ขอบคุณเธอได้เท่ากับที่เธอทำให้เรา!!
         
           Mr. Mario Ariola สัตวแพทย์กล่าวว่าเรื่องของกาบังเป็นปรากฏการณ์โด่งดัง
ทางอินเตอร์เนทที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ
 ตอนนี้เธอกลายเป็น Hero และมีชะตากรรม
ที่หน้าตาของเธอต้องกลายมาเป็นเช่นนี้ ซึ่งนั่นนำมาซึ่งคลื่นของความเห็นอกเห็นใจ 
          และแม้ใบหน้าของเธอยังมีแผลที่เปิดอยู่ เจ้ากาบังก็ไม่ได้แสดงอาการของความเจ็บปวด
เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำ เธอยังสงบและเป็นมิตรเมื่อถูกนำตัวไปรักษา 
Mr. Mario Ariola กล่าว
และที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น เจ้ากาบังตั้งท้องได้ 2 เดือน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะสามารถ
ให้กำเนิดลูกน้อยได้หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
          Mr.Rudy Buggal, เจ้าของกาบังกล่าวว่า “กาบังกลายเป็น superstar
 ผู้คนพากันมาเยี่ยมเธอและถ่ายรูปกับเธอ พร้อมทั้งนำยาและวิตามิน ซึ่งมีแม้กระทั่งนำหมูย่าง
มาให้กาบังในขณะที่ฉันไม่มีอาหารเช้ารับประทาน” 
Mr.Rudy Buggal พูดแบบติดตลก
เขายังพูดอีกว่า 
“การบริจาคให้กาบังไม่เพียงแต่ช่วยเหลือกาบังแต่ยังทำให้เขาและครอบครัว
มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากบางคนก็นำเสื้อผ้ามาให้ บริจาคเงินให้แก่เราเล็ก ๆ น้อย ๆ 
เราต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ร้องขอเลย เราต้องขอขอบคุณจริง ๆ “

                  นอกจากนี้ เจ้ากาบังยังมีแฟนเพจส่วนตัว (www.facebook.com/careforkabang)
 ที่ใช้ชื่อว่า "Care For Kabang" เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการอัพเดทความเคลื่อนไหวของ
เจ้ากาบังสุนัขฮีโร่

                 ตอนนี้เจ้ากาบังได้เดินทางไปถึงที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
เรียบร้อยแล้วนะคะโดยคุณหมอกำลังประเมินการรักษาเจ้ากาบังอยู่ค่ะว่าจะไปในทิศทางไหน 


             สัตวแพทย์ที่ทำการรักษาเจ้ากาบังที่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส เปิดเผยว่า
การรักษาเจ้ากาบังนั้นจะ เริ่มโดยการ
รักษาฟันและกรามรวมไปถึงบริเวณช่องปากก่อน จากนั้น
ก็จะเริ่มรักษาและเยียวยาบริเวณใบหน้าของกาบังต่อตามลำดับ
            กาบังได้ถูกนำไปประเมินการผ่าตัดทางทันตกรรมและใบหน้า โดยผลการตรวจสอบ
สุขภาพของกาบัง
พบปัญหาที่จะทำให้การผ่าตัดนั้นอาจจะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจาก
พบว่ากาบัง มีอาการของโรคพยาธิหนอนหัวใจ และพบเนื้องอกบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ หรือ
โรคหูดดอกกะหล่ำหรือวีจี  ที่เรารู้จักกัน 
           แต่เนื่องจากเจ้ากาบังยังมีอาการแค่เริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งการรักษาทางเคมีบำบัด
จะสามารถช่วยได้ ทั้งนี้เจ้ากาบังจะต้องรักษาอาการและโรคเหล่านี้ให้หายก่อน จึงจะสามารถ
ทำการผ่าตัดในส่วนของแผลที่ใบหน้าต่อไปได้
เพื่อความปลอดภัยค่ะ



 สำหรับเพื่อนๆที่สงสัยว่าเจ้ากาบังสามารถรับรู้กลิ่นได้เหมือนปกติหรือไม่  จากภาพจะเห็น
ได้ว่ากาบังสามารถดมกลิ่นได้เหมือนกับสุนัขทั่วไปเลยค่ะ 


และเรามาแสดงความยินดีกับกาบังกันค่ะ ล่าสุดเจ้ากาบังสุนัขฮีโร่ของเราได้รับรางวัล
จากองค์การกาชาดสากล 
โดยรางวัลนี้จะมอบให้กับบุคคลและสุนัขที่เสียสละ เพื่อเชิดชู
ในความกล้าหาญ โดยกาบังถูกยกย่องให้เป็น Hero Dog ร่วมกับบุคคลที่เสียสละคนอื่นๆ
ซึ่งภายในงานได้มีการติดภาพกาบังเคียงข้าง
ผู้เสียสละและอาสาสมัครคนอื่นๆ อย่างน่า
ภูมิใจเป็นที่สุดค่ะ นอกจากนี้เจ้ากาบังยังได้รับประกาศนียบัตรแสดงความชื่นชม ในความ
กล้าหาญจาก วุฒิสภาและรัฐสภาสหรัฐ อีกด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะคะ

เจ้ากาบังเนี่ยะ ดีใจกับรางวัลนี้ด้วยนะ กาบัง !









ล่าสุด ทาง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิด มีการอัพเดทการรักษาเจ้ากาบังมาแล้วนะคะว่า
หลังจากการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจเรียบร้อยแล้ว c]tะเริ่มการศัลยกรรมใบหน้าของกาบัง
ทันที
 เนื่องจากแผลของกาบังยังคงเป็นแผลเปิดอยู่ทั้งหมด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้ออยู่
ตลอดเวลาค่ะ  และเมื่อทำการรักษาเสร็จแล้วกาบังจะมีแผนในการกลับบ้านที่ฟิลิปปินส์
ในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนในปี 2013


เข้าไปให้กำลังใจกาบังกันได้นะคะที่ 

https://www.facebook.com/careforkabang








ภาพและข้อมูลจาก http://www.dogilike.comhttp://www.dogster.com และ 
                    http://www.komchadluek.net/



ชื่อของสัตว์เลี้ยง สามารถบอกถึงลักษณะนิสัยของเจ้าของได้



เค้าว่ากันว่า...
การตั้งชื่อให้น้องหมาสามารถบอกถึงลักษณะนิสัยของเจ้าของได้นะคะ

1.เจ้าของที่ตั้งชื่อน้องหมาออกแนวการ์ตูนดัง ๆ ทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นโดเรมอน มิกกี้-มินนี่เม้าส์ เคโระ
แสดงว่าเจ้าของเป็นพวกไอเดียบรรเจิด
มีความฝันและจินตนาการสุดยอด
ถึงแม้จะโตแล้วแต่หัวใจก็ยัง มีความเป็นเด็กอยู่เสมอ

2.คนที่ตั้งชื่อสัตว์เลี่ยงแบบอินเตอร์อย่าง ลัคกี้  จูดี้  ซูซี่
แสดงว่าเจ้าของเป็นพวกรักอิสระมีความคิดนอกกรอบ
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ ตามที่ใจอยาก
ให้ความสำคัญกับความสุขในชีวิตมากกว่าทรัพย์สินเงินทอง





3.คนที่ตั้งชื่อเป็นชื่อดาราหรือคนดังไม่ว่าไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี
อย่างเจนนิเฟอร์ เบคแคม จูเลีย เต้าหมิงซื่อ เรน
แสดงว่าเจ้าของเป็นหนุ่มสาวสังคมจัด เข้ากับผู้คนรอบข้างได้ง่าย
ชอบความหรูหราฟู่ฟ่า และให้ความสนใจกับสิ่งรอบ ๆ ตัวเป็นพิเศษ


4.คนที่ชอบตั้งชื่อเหมือนคนทั่วไปแต่ไม่ใช่คนดังหรือดารา
เช่น สุชาติ อมร สมชาย ประมาณนี้
เจ้าของจะเป็นคนที่อารมณ์ดี มีความสนุกสนานอยู่ในตัวตลอดเวลา
มีน้ำใจ ไม่มีพิธีรีตองมากนัก
แต่ก็อาจจะเขม่นคนหรือหมั่นไส้คนง่ายไปสักหน่อย หากมีใครมาขัดใจ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือเป็นพิษเป็นภัยกับใคร 

 
5.คนที่ตั้งชื่อออกแนวโบราณ 
อย่าง ลำดวน ทองเปลว บุญทิ้ง
ไม่ได้แสดงว่าเจ้าของจะเป็นคนหัวโบราณเหมือนชื่อสุนัขหรอกนะ
แต่กลับตรงกันข้ามแสดงถึงความมีสติปัญญาปราดเปรื่อง
ชอบค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวเอง เป็นพวกไม่ตกเทรนด์
ไม่ชอบทำตัวเหมือนใคร
จึงมักจะเห็นว่าเค้าทำอะไรแตกต่างจากชาวบ้านอยู่บ่อย ๆ 


 
6.ตั้งชื่อออกแนวโหดหรือน่ากลัว
เช่น เอ็มสิบหก คอมแบท ยักษ์ เป็นต้น
แสดงว่าเจ้าของจะชอบทำกิจกรรมสนุก ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การแข่งขัน ต่าง ๆ
ออกจะเป็นพวกไฮเปอร์อยู่ไม่สุข นิ่งไม่เป็น
และยังเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนัก


 
7.คนที่ตั้งชื่อเป็นชื่อขนมหรืออาหาร เครื่องดื่ม อะไรประมาณนี้
ทั้งหมูแดง เกาหลา ทองหยิบ ขนมครก ตั้งชื่อออกแนวของกินอย่างนี้
แสดงว่าเจ้าของจะเป็นคนใจดีและใจอ่อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
และมักจะเป็นศิราณีที่คอยให้คำปรึกษาเพื่อน ๆ เวลามีปัญหา
แต่ก็เป็นคนดุและดื้อในบางครั้ง


8.คนที่ตั้งชื่อตรงกันข้ามกับความเป็นจริง
อย่างสัตว์เลี้ยงตัวโตมากแต่ตั้งชื่อว่าปุยนุ่น หรือสีดำแต่ดันชื่อสำลี
แบบนี้แสดงว่าเจ้าของจะเป็นพวกไม่ธรรมดา ชอบมีอะไรมาเซอร์ไพร้ส์
หรือมีเรื่องเด็ด ๆ มาทำให้เพื่อนวุ่นวายได้เสมอ
มีนิสัยห้าว ๆ และคะนอง...ออกจะมีความคิดขวางโลก ก็ไม่เคยคิดร้ายใครก่อน


 
ภาพจากอินเทอร์เน็ตและข้อมูลจาก  http://variety.teenee.com